นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
โตโยต้าแห้วเจอตีกลับไปยำใหญ่ทั้งระบบครม.ตีกลับ สั่ง 3 กระทรวงสุมหัวหาจุดร่วมก่อนนำเสนอใหม่เป็นมาตรการภาษีสำหรับรถยนต์ประหยัดพลังงานทั้งระบบ ขณะแนวโน้มราคาน้ำมันจ่อพุ่งอีกระลอก ...
โตโยต้าแห้วภาษีไฮบริดหลัง ครม.ตีกลับ สั่ง 3 กระทรวงสุมหัวหาจุดร่วมก่อนนำเสนอใหม่เป็นมาตรการภาษีสำหรับรถยนต์ประหยัดพลังงานทั้งระบบ ขณะแนวโน้มราคาน้ำมันจ่อพุ่งอีกระลอกหลังโลกเจอวิกฤติหิมะตกหนัก ดันน้ำมันดิบโลกพุ่ง 80 เหรียญฯต่อบาร์เรล
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.มอบ หมายให้กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน ไปหารือร่วมกันให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับมาตรการภาษีที่สนับสนุนรถยนต์ประหยัดพลังงานทั้งระบบ ได้แก่ รถยนต์ที่ใช้น้ำมันอี 85 รถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) และรถยนต์นั่งประหยัดพลังงานประเภทพลังงานผสมชนิดพลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (ไฮบริด) โดยให้นำเสนอ ครม. ภายในเดือน ม.ค.นี้ ภายหลังจากที่กระทรวงการคลังพิจารณามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์นั่งไฮบริด แต่ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เสนอให้พิจารณาทั้งระบบพร้อมๆกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่เกิดการลักลั่น ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ก็สนับสนุนแนวทางดังกล่าว จึงมอบให้ทั้ง 3 กระทรวงประชุมร่วมกันก่อนนำเข้า ครม.อีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อเสนอของกระทรวงการคลังที่นำเสนอต่อ ครม.ในครั้งนี้ ได้เสนอร่างประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 (ฉบับที่...) ซึ่งเป็นมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์นั่งประหยัดพลังงานประเภทไฮบริดในประเทศ ตามที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอให้พิจารณา โดยเสนอโครงการประกอบและผลิตรถยนต์นั่งไฮบริดขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ใช้เงินลงทุนประมาณ 92 ล้านบาท เป้าหมายการผลิต 1,000 คันต่อเดือน โดยจำหน่ายภายในประเทศ 700 คัน และส่งออกไปประเทศแถบเอเชียและโอเชียเนีย 300 คันมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ 60% ที่เหลืออีก 40% เป็นการใช้ชิ้นส่วนนำเข้า ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ เนื่องจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถยนต์ไฮบริดเป็นชิ้นส่วนที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการผลิตค่อนข้างสูง ซึ่งผู้ประกอบการในประเทศยังไม่สามารถผลิตได้ บริษัทจึงขอให้กระทรวงการคลังพิจารณามาตรการทางด้านภาษีเพื่อให้การสนับสนุนการลงทุนการผลิตและการใช้รถยนต์นั่งไฮบริดในประเทศ โดยขอให้พิจารณายกเว้นอากรขาเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ที่ต้องนำเข้ามาเพื่อประกอบ 21 รายการ ซึ่งกระทรวงการคลังพิจารณายกเว้นอากรขาเข้าชิ้นส่วนยานยนต์หลักๆให้ 6 รายการ สำหรับที่นำมาใช้ประกอบหรือผลิตรถยนต์นั่งขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ซีซี เป็นการชั่วคราว 3 ปี ซึ่งจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ในส่วนของภาษีศุลกากรไปประมาณปีละ 166.39 ล้านบาท แต่ ผู้ประกอบการจะต้องปรับลดราคาจำหน่ายรถยนต์ ให้กับผู้บริโภคเป็นจำนวนเงินเท่ากับภาระภาษีอากรที่รัฐสนับสนุนประมาณ 23,814.15 บาทต่อคัน
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันเปิดเผยว่า ในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้านี้ มีแนวโน้มว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงฤดูหนาวในสหรัฐฯและสหภาพยุโรป รวมทั้งหลายประเทศในเอเชีย ส่งผลให้เกิดการใช้น้ำมันเพื่อทำความอบอุ่นในหลายพื้นที่ทั่วโลก ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญาณฟื้นตัว คาดว่าราคาน้ำมันจะมีโอกาสขยับไปอยู่ระดับ 85 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลได้ในช่วงสั้นๆ แต่เมื่อพ้นฤดูหนาวแล้วหากเศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างยั่งยืน ก็อาจมีผลให้ระดับราคาน้ำมันทะยานต่อได้.
วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น